Showing posts with label ภาษาอังกฤษ. Show all posts
Showing posts with label ภาษาอังกฤษ. Show all posts

Tuesday, August 4, 2015

รวมแหล่งคนทำฟรีแลนซ์ฝรั่ง ตัวช่วยนักเขียนอิสระอย่างเราๆ!

ปัญหาอย่างหนึ่งของนักเขียนอิสระ โดยเฉพาะเวลาเราทำหนังสือไปขายเมืองนอกไม่ว่าจะเป็นที่ Amazon หรือที่อื่นๆ คือเราขาดตัวช่วยภาษาอังกฤษ หรือเข้าใจสไตล์ที่ฝรั่งชอบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยแก้ไวยากรณ์ ช่วยเขียนรีวิว ช่วยทำปกสไตล์ที่ฝรั่งชอบหรืออื่นๆ

ซึ่งตรงเนี้ยบางอย่างเราก็จ้างฟรีแลนซ์ในไทยได้ แต่บางอย่างที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ บางทีเราก็จำต้องจ้างคนเมืองนอกมาช่วยค่ะ

วันนี้หลินรวบรวมแหล่งทำคนฟรีแลนซ์ฝรั่ง มาเป็นตัวช่วยนักเขียนอิสระอย่างเราแล้วววค่าาา

ซึ่งจริงๆ บริการของเค้าไม่ได้มีเฉพาะแค่รับจ้างเขียน หรือรีวิวเท่านั้น ยังมีออกแบบปกหนังสือ ออกแบบโลโก้บริษัท เว็บไซต์ รีวิวสินค้า ออกแบบเครื่องเขียน เรียกว่าเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวกับ online marketing กันเลยทีเดียว

ส่วนราคาก็มีหลากหลาย มีตั้งแต่แบบถูกๆ 5 USD ขึ้นไปถึงเป็นหลายร้อยเหรียญ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันล่วงหน้าของผู้ว่าจ้างกับ freelancer ค่า

มารู้จักเว็บให้บริการพวกนี้กันบ้างดีกว่า เก็บไว้เป็นทางเลือกสำหรับหนังสือของเรานะคะ^^

  1. https://99designs.com  

ให้บริการออกแบบตั้งแต่โลโก้บริษัท ออกแบบเว็บ ทำภาพประกอบ ทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ทำหนังสือ นิตยสาร และงานออกแบบเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ 

หากว่าสนใจลองกดที่ link How it works ดูค่ะ คร่าวๆก็คือเหมือนเป็น design contest ค่ะ คือเราประกาศความต้องการ และงบประมาณของเราไป บรรดาfreelancer ที่สนใจก็จะส่งงานมาให้เราดู สุดท้ายเราก็เลือกอันที่เราถูกใจมากที่สุดเป็นอันปิดดีล




จุดเด่นคือให้บริการเรื่องการเขียนเป็นเรื่องเป็นราวมากค่ะ มีให้บริการเขียนบทความ เขียนรีวิวสินค้า รับจ้างเขียนบล็อก มีนักเขียนเขียนสูตรอาหารด้วย!


      3.  https://www.freelancer.com  


ให้บริการคล้ายๆ กับ 99designs ค่ะ ที่ freelancer จะส่งงานมาให้ผู้ว่าจ้างเลือก คนที่ถูกใจผู้ว่าจ้างที่สุดก็จะได้งานไป แต่สำหรับงานเขียนจะให้บริการแตกย่อยเฉพาะออกไปอีก เช่น รับจ้างเขียนหนังสือ รับจ้างเขียนบทความวิชาการ ทำโพส แปลเอกสาร เขียนบล็อก เขียนสโกแกน edit ภาษาให้ พิสูจน์อักษรให้ ฯลฯ เยอะะะจริงๆ ค่ะ ส่วนค่าบริการเริ่มตั้งแต่ 10 USD ขึ้นไป


      4.  http://www.guru.com/  


ให้บริการเรื่องเว็บไซด์ ออกแบบเว็บ ให้บริการงานเขียนทุกประเภท จ้างทำ Online marketing และให้บริการด้านกฏหมายด้วยค่ะ



       5.  https://www.upwork.com/ 



ให้บริการกราฟฟิคดีไซน์ งานเขียนประเภทต่างๆ  ทำ mobile developers ทำเว็บ รับจ้างทำบัญชีให้ยังมี!


ลองเลือกดูนะคะ ว่าอันไหนจะเหมาะกับเรา แต่หลินว่าพอมีตัวช่วยแล้วทำให้หนังสือเราง่ายขึ้นพอควรเลยล่ะ
หลิน^^

Sunday, July 12, 2015

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเอาหนังสือไปขายที่ Amazon

โพสนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าพูดจากประสบการณ์ตรงแท้ๆ เลยค่ะ ไม่ได้เอาของใครที่ไหนมา มาจากคำถามที่หลินเจอบ๊อยบ่อยมาเล่าสู่กันฟังนะคะ อ่านแล้วจะรู้ว่าบางทีเราคิดไปเอง ที่สำคัญคิดไปใหญ่โตเกินความจริงซะตั้งเยอะแน่ะ

ลองอ่านดูนะคะ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไงก็บอกกล่าวกันได้ค่า



ไม่เก่งภาษาอังกฤษ จะเขียนหนังสือไปขาย Amazon ได้ยังไง? 

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนค่ะ ว่าจริงๆ แล้ว Amazon ออกแบบระบบให้นักเขียนทุกคน ย้ำว่าทุกคน ดังหรือไม่ดัง มีเงินหรือไม่มีเงินทำหนังสือขายเองได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (แปลว่าฟรี!!)  แล้ว Amazon เก็บหัวคิวเป็นค่าดำเนินการจากยอดขายของหนังสือเอาค่ะ และนี่คือระบบของเค้าที่วางแผนไว้ตั้งแต่ตอนแรก

แต่ด้วยความที่ว่าคนคิดระบบเนี้ยเป็นฝรั่ง Amazon จึงไม่รองรับภาษาไทยค่ะ และก็ไม่ใช่แค่ภาษาไทยที่ไม่รองรับเท่านั้น ภาษาอื่นๆ ที่มีจำนวนคนใช้ไม่เยอะในโลกนี้ก็ไม่รองรับเหมือนกัน เช่น พม่า ลาว เปอร์เซีย ตุรกี ฯลฯ

มาดูรายชื่อภาษาที่  Amazon รองรับ พูดง่ายๆ คือเขียนหนังสือแล้วเอาไปขายใน  Amazon  เป็นภาษาพวกนี้ได้ มีดังนี้ค่ะ^^

• Afrikaans 
• Alsatian 
• Basque 
• Bokmål Norwegian 
• Breton 
• Catalan 
• Cornish 
• Corsican 
• Danish 
• Dutch/Flemish
• Eastern Frisian 
• English 
• Finnish 
• French 
• Frisian 
• Galician 
• German 
• Icelandic 
• Irish 
• Italian 
• Japanese 
• Luxembourgish 
• Manx 
• Northern Frisian 
• Norwegian 
• Nynorsk Norwegian 
• Portuguese 
• Provençal 
• Romansh 
• Scots 
• Scottish Gaelic 
• Spanish 
• Swedish 
• Welsh 

Source: https://kdp.amazon.com/help?query=language+in+kindle

จะเห็นว่ามีแค่เนี้ย!! อาไรเนี่ยยย
คือเอาตรงๆ คือน้อยมากกกค่ะ เพราะภาษาในโลกนี้มีถึง 5 พันภาษา!!! (เห้ย เพิ่งรู้เหมือนกัน 555)

ข้อมูลจาก http://my.dek-d.com/AngelTVXQ/blog/?blog_id=10104904)

ดังนั้น อยากจะทำหนังสือไปขาย Amazon จึงต้องมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ(หรือภาษาที่ Amazon รองรับ)ก่อน เชื่อป่าวคะว่าไม่เฉพาะแต่พวกเราที่ต้องส่งแปล ฝรั่งที่ใช้ภาษาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเป็นหลัก พวกนี้ก็ต้องส่งแปลเหมือนกัน ใน Amazon ถึงขั้นมี Translation Resources ไว้ให้บริการ แต่ใน Translation Resources  นี้ไม่มีภาษาไทยให้บริการค่ะ (ถึงมีก็ไม่แนะนำเพราะเป็นไปได้ว่าจะแพง เทียบกับค่าครองชีพของเค้าและเรา)

สำหรับหนังสือของหลินเอง เขียนเป็นภาษาไทยและส่งแปลค่ะ

ดังนั้น เว้ากันง่ายๆ ว่าค่าใช้จ่ายในการแปลจะเป็นค่าใช้จ่ายเดียวที่เรามี จริงๆ เราไม่ต้องแปลก็ได้ถ้าเราเขียนภาษาอังกฤษได้ดี แต่เพราะเหตุผลที่บอกไปข้างบน คนคิดเป็นฝรั่งค่ะ ระบบจึงไม่รองรับภาษาไทยด้วยเหตุนี้

แต่รู้ไหมคะ ว่าแบบนี้มีข้อดีอยู่อย่าง (ดีตรงไหนเนี่ยยยย!)

ก็เพราะว่าพอคนไทยเห็นว่ามันยุ่งยาก มันจุกจิก ดูแล้วก็ขี้เกียจทำ ท้อแท้ซะก่อน ก็เลยไม่ค่อยมีคนทำค่ะ เรื่องไทยๆ ใน Amazon ไม่ค่อยมี ถึงมีก็ไม่ใช่คนไทยเป็นคนทำ ดูรูปปกข้างล่างเป็นตัวอย่าง เค้าขายตำราอาหารไทยใน Amazon  ค่ะ!

ไม่แน่ใจว่าคนซื้อไปทำจะได้ลองกินอาหารไทยจริงๆ หรือป่าว แหะๆ





นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกหนึ่งคะ ถ้าเราเป็นคนวาดรูปเก่ง หรือจัดหน้าเก่ง เซียนillustrator, photoshop, epub หนังสือประเภทหนังสือเด็ก (Kindle Kids' Book Creator) และหนังสือภาพประกอบ (Kindle Comic Creator) เป็นทางเลือกให้คุณค่ะ เพราะว่าหนังสือพวกนี้เน้นรูป ไม่ได้เน้นคำ บางหน้ามีรูปใหญ่ๆ แต่มีคำพูดคำเดียว เช่นเป็นรูปแตงโมลูกใหญ่กลางหน้าแล้วเขียนว่า Watermelon เป็นอันจบหน้าค่าาา เยี่ยมม่ะล่ะ


ทำกราฟฟิคไม่เป็นเลย โลว์เทคที่สุดในโลกา จะเขียนหนังสือไปขาย Amazon ได้ยังไง? 

คำถามนี้ต้องก๊อปเอาข้างบนมาตอบอีกหนค่ะว่า  "Amazon ออกแบบระบบให้นักเขียนทุกคน ย้ำว่าทุกคน ดังหรือไม่ดัง มีเงินหรือไม่มีเงินทำหนังสือขายเองได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย" ด้วยเหตุผลนี้เองเค้าเลยคิดหาวิธีการที่ใครก็ได้ทำหนังสือได้ อะไรที่ยากๆ เดวเค้าคิดเครื่องมือง่ายๆ ไว้ให้ นี่คือ concept ของ Amazon

ดังนั้น แค่ใช้โปรแกรม word พิมพ์งานได้ก็ทำหนังสือได้แล้วค่ะ หลินก็ทำแค่แบบนี้เหมือนกัน ถ้าเก่งขึ้นอีกก็ใช้ epub ค่ะ ส่วนหน้าปกเค้ามีเครื่องมือชื่อ Cover Creator ให้เลือกออกแบบหน้าปกทำได้เองอย่างง่ายๆ ประมาณว่าถ้าใช้ app แต่งรูปเป็น ก็ใช้ Cover Creator เป็นค่ะ

ง่ายไหมคะ :)

ดังนั้น อย่าเพิ่งกลัวไปเลยค่ะ^^ ถ้าคิดว่าอยากลองซักตั้ง ลองศึกษากันดูก่อน ว่าใช่ทางเราไหม ถ้าลองดูแล้วไม่ชอบแนวทางนี้ ก็เลิกได้ แต่อย่าเพิ่งฝ่อทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลองทำเลยน้าา

สู้ๆ นะคะ^^

หลิน


Saturday, May 2, 2015

ถ้าไม่เก่งภาษาอังกฤษ ทำหนังสือขายใน Amazon จะได้ไหม?

อันนี้เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยมากที่สุดคำถามหนึ่งเวลาไปแชร์ประสบการณ์เรื่องเขียนหนังสือขายบน Amazon เลยค่ะ

ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะเราคนไทย แต่ปัญหานี้ยังเป็นปัญหาสำหรับนักเขียนทุกชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักค่ะ

เพราะว่าใน Kindle เองก็ยังมี translation center ให้บริการแปล (แบบเสียตังค์) สำหรับนักเขียนชาติอื่นๆ ด้วย เช่น
แปลจากเยอรมันเป็นอังกฤษ แปลจากสเปนเป็นอังกฤษ เป็นต้น เพราะตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Amazon คือตลาดอเมริกา (ที่พูดอังกฤษเป็นหลัก)

ดังนั้น หลินคิดว่าเราทุกคน (เว้นคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก) ล้วนเจอความท้าทายเรื่องนี้เหมือนกันๆ อย่ากลัวกันเลยนะคะ
แล้วถ้าไม่อยากเขียนภาษาอังกฤษ ไม่อยากเสียเงินค่าแปล ไม่อยากวุ่นวาย จะทำหนังสือขาย Amazon ไม่ได้เลยเหรอ
เอาจริงๆ ยังมีหนังสืออีกหลายประเภทค่ะ ที่ใช้ภาษาน้อยหรือแทบไม่ใช้เลย


มีด้วยเหรอ !
มีค่ะ
เช่น

หนังสือเด็ก หนังสือเด็กบางเล่มมีรูปหมีอยู่ตัวเดียวแล้วมีคำว่า Halooo! อยู่กลางหน้ากระดาษคำเดียว
หนังสือตำราทำอาหารทั้งหลาย เช่น สอนทำน้ำผลไม้หรือทำสลัด
หนังสือพวกนี้จะบอกส่วนผสมว่าใช้อะไรกี่กรัม ที่สุดแล้วก็เอาปั่นหรือเอาไปคลุกเป็นอันจบ 1 เมนู
นอกจากนี้ก็เป็นหนังสือพวกภาพประกอบทั้งหลาย สำหรับคนมีหัวด้านงานวาด งานกราฟฟิค งานดีไซน์ หนังสือพวกนี้ใช้ภาษาไม่มาก บางหน้ามีคำว่า "อ๊ากกกซซซซ์" คำเดียว หรือมีคำคมประโยคเดียวก็มี
ลองดูกันนะคะ

จริงๆความท้าทายด้านภาษานี้ก็พลอยทำให้คู่แข่งน้อยลงไปโดยปริยายด้วยค่ะ เรื่องไทยๆ คนต่างชาติรู้ไม่เท่าเราหรอกค่ะ แต่คนไทยทำขายเองตอนนี้ก็ยังน้อยน้า