Showing posts with label freelancer. Show all posts
Showing posts with label freelancer. Show all posts

Monday, December 14, 2015

5 วิธีการสร้าง Blog ให้เติบโต

5 วิธีการสร้าง Blog ให้เติบโต 

ถ้าจำกันได้หลินได้เคยเขียน 4 หนทางทำเงินจาก Blog งานเขียนของเรา ไปเมื่อโพสก่อนนะคะ (ติดตามอ่านคลิก  http://ebookmakerich.blogspot.com/2015/12/4-blog.html ) คราวนี้สมมติว่าเราเปิด Blog เพื่อชิมลางตลาดแนวหนังสือที่เราสนใจแล้ว เราจะทำยังไงให้ Blogของเราเติบโตดีๆ มีคนเข้ามาอ่านเยอะๆ ล่ะ??

สำหรับตัวหลินเองมี Blog หลักๆ อยู่ 2 Blog ค่ะ คือ Blog นี้ (ยอดวิว 24,000+) กับ Blog เรียนจีน ให้ได้จีน http://chinesexpert.blogspot.com/ (ยอดวิวที่ประมาณ 380,000+)

คำถามคือว่าการที่มียอดวิวเยอะๆ ใน Blog หรือเทียบได้กับยอดไลค์เยอะๆ ในเฟสดียังไงนะ??

มีข้อดีเยอะเลยค่ะ แต่ข้อที่สำคัญมากๆ กับอาชีพนักเขียนคือ ถ้าเรามียอดวิว ยอดไลค์ ยอดแชร์เยอะๆ แปลว่าเรามีฐานแฟนคลับของเราเอง แฟนคลับกลุ่มนี้พูดง่ายๆ ก็คือลูกค้าของเรา เป็นกลุ่มที่จะฟีดแบกหรือคอมเม้นท์ว่างานเขียน หรือโพสของเราดีหรือไม่ดี ชอบหรือไม่ชอบ อ่านหรือไม่อ่าน และถ้าในอนาคตเรามีหนังสือใหม่ๆ ออกมา เค้าจะสนับสนุน จะชอบ และสุดท้ายจะซื้อด้วยหรือเปล่า??




ดังนั้น การเขียน Blog จริงๆ แล้วไม่ยากนะคะ  Blogspot เปิดแป๊ปเดียวก็ได้แล้ว สำคัญคือทำยังไงให้เนื้อหาโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ให้เค้าติดตามอยากอ่าน และสุดท้ายนำมาสู่การซื้อหนังสือหรือผลิตภัณฑ์ของเราในอนาคตค่ะ^^

และเมื่อ Blog เป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่สำคัญอย่างนี้เองงงงง (ต้องทำเสียงลากๆ แบบทีวีแชมเปี้ยนจะได้อารมณ์มากขึ้นค่ะ อิ อิ) วันนี้หลินเลยมีแนวทางการเขียน Blog ที่จะทำให้ Blog เติบโตมาฝากกัน

ติดตามนะคะ^^


1. เขียนให้ดี 

เขียนให้ดี?? พูดง่ายแต่ทำยากเหมือนกันนะ เขียนยังไงคือเขียนให้ดี เราก็ว่าเราเขียนดีแล้วนะ ทำไมไม่โดน?

ถ้ายังติดขัดกับปัญหาข้างบน ลองเทคนิคที่หลินใช้ดูค่ะ

  • เขียนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย อย่าใช้ศัพท์แสงที่วิชาการจ๋า (ถึงแม้ว่าจะมี) ซะจนผู้อ่านของเราไม่รู้เรื่อง 
  • เรื่องที่เราเขียนต้องมีคุณค่า มีประโยชน์และผู้อ่านชอบค่ะ  จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจ แนว How to เสริมสร้างความรู้ หรือแม้แต่ให้ความบันเทิงได้หมด 
วิธีการคือฝึกเขียนเยอะๆ  ดูฟีดแบกของผู้อ่านสม่ำเสมอแล้วเอามาปรับปรุงเรื่อยๆ
เมื่อเราเขียนดีมีประโยชน์ คนอ่านจะช่วยแชร์เองค่ะ ก็เพราะว่ามันมีประโยชน์ไง เค้าถึงอยากแชร์ให้เพื่อน ให้คนอื่นได้อ่านบ้าง อย่างน้อยตัวคนแชร์เองก็สามารถกลับมาอ่านได้อีกรอบก่อนที่จะถูก newsfeed อื่นกลบหายไปหมด



2. สร้างทักษะที่จำเป็นต่องานเขียน

งานเขียน Blog แรกๆ เลยส่วนมากแล้วจะเริ่มจากคนๆ เดียวค่ะ ซึ่งก็ต้องทำทุกอย่างซึ่งไม่ใช่แค่เขียนอย่างเดียว หารูปประกอบด้วย หา reference ที่มาของบทความด้วย ฯลฯ

ซึ่งเดี๋ยวนี้สื่อออนไลน์ social media ถือว่ามีความสำคัญในการช่วยเผยแพร่ผลงานของเราให้เป็นที่รู้จัก ดังนั้น ทักษะที่ Blogger ควรจะมีอย่างน้อยๆ ก็ต้องมี คือรู้ platform การเขียน Blog รู้วิธีการอัพโพส รู้เทคนิคการเลือกและแต่งรูปอย่างง่ายๆ เอาเป็นว่าความรู้เบื้องต้นพื้นฐานเราควรจะมีบ้าง

ถ้าเก่งขึ้นมาอีกขั้น ควรรู้จักการใช้ SEO เพื่อสร้างช่องทางให้คนเห็น Blog ของเราเยอะๆ  จากนั้นก็พัฒนาไปเป็น  HTML และ  CSS code ซึ่งจะช่วยให้เราแก่ไขปรับแต่ง Blog ของเราให้ดูดี สวยงามขึ้น มืออาชีพขึ้น

แต่นั่นควรสิ่งที่ทำหลังจากที่เนื้อหาที่เป็นเรื่องหลักของเราแน่นแล้ว ดีแล้ว จึงค่อยมาคิดถึงเรื่องแต่งหน้าทาปากให้ Blog นะคะ อีกอย่างความรู้ทางเทคนิคพวกนี้ เราสามารถจ้าง freelance ทำได้ค่ะ ถ้าเราไม่มีเวลาทำเอง หรือยากเกิน แต่หลินแนะนำว่าความรู้เบื้องต้นเราต้องมีไว้ เพราะต่อให้จ้าง freelance วางระบบให้ ทำ SEO ให้แต่สุดท้ายเราก็ต้องทำเองด้วย จ้างทั้งหมดจะใช้เงินเยอะมากเกินไปค่ะ

สรุป ความสำคัญตามอันดับก่อนหลังในการทำ Blog หลินแนะนำว่าควรเป็นแบบนี้

พัฒนาเนื้อหาให้แน่นและความรู้เบื้องต้นทำ Blog >>  SEO >>> HTML หรือ CSS code



3. รู้ว่าผู้อ่านของเราคือใคร

ไม่ว่าเราจะเขียน Blog ได้ดีมากขนาดไหน เนื้อหาแน่น ข้อมูลเจ๋ง แต่มีผู้อ่านที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก็เปรียบเหมือนเราสร้างฮีตเตอร์ เครื่องทำความร้อนคุณภาพดีมากๆ แต่กลับเอามาขายกรุงเทพที่ร้อนตับแลบ (แม้กระทั่งเดือนธันวา) _ _ ' ฮีตเตอร์ก็ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากจากเอาไว้รกบริษัทเท่านั้น

ดังนั้น ทุกครั้งที่เขียนบทความอะไรๆ ก็ตาม ลองนึก ลองจินตนาการดูว่าคำถามที่ผู้อ่านจะถามอากู๋ google เกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเขียนคืออะไร ก็ให้เราเขียนบทความนั้นเพื่อตอบคำถามที่เรา (คิดว่า) ผู้อ่านจะถามรอก่อนไว้ได้เลย

เช่น เราเชี่ยวชาญเรื่องเลี้ยงปลาทอง เป็นที่รู้กันว่าปลาทองใจเสาะตายง่ายมากๆ  ใครๆ ที่เคยเลี้ยงปลาทองย่อมรู้ดี สุ่ยหลินเลี้ยงตายไปหลายตู้จนเลิกเลี้ยงแล้วค่ะ ดังนั้น หนึ่งในคำถามยอดฮิตเรื่องการเลี้ยงปลาทองคือ สาเหตุอะไรที่ทำให้ปลาทองตายง่ายๆ กินมากก็ตาย (มั๊ง) น้ำไม่สะอาดนิดนึงก็ตาย (มั๊ง)  หลินยังไม่รู้เลยจนถึงวันนี้ แหะๆ แล้วเขียนบทความนั้นไว้คอยท่าใน Blog ของเราเลยค่ะ เพื่อรอให้คุณผู้อ่านที่ search หาจากอากู๋แล้วติดคำตอบที่โดนใจอันนี้ของเราไว้ด้วย เค้าจะได้ตามมาอ่านใน Blog ทำให้ Blog เติบโตขึ้น หรือจะเอาไปโพสในกรุ๊ปที่เลี้้ยงปลาทองแล้วทำลิงค์มาที่ Blog ของเราก็ไม่ผิดกติกาค่ะ

ถ้าเรารู้ถึงความต้องการผู้อ่าน สื่อเรื่องราวให้เข้าใจง่ายๆ โดยใช้คำพื้นๆ สบายๆ จะเป็นใบเบิกทางให้เราได้รับการต้อนรับจากผู้ที่อ่านงานเขียนของเราค่ะ



4. ทำโครงก่อน แลัวค่อยเติมเนื้อลงไป

เขียนบทความ Blog ให้ใช้หลักการเหมือนการสร้างบ้าน เริ่มจากฐานราก - เค้าโครงเรื่อง,  เสา- หัวข้อ, ผนังพื้น-เนื้อหา, ทาสี - เก็บรายละเอียด



อย่าพยายามเขียนเนื้อหาในคราวเดียว เพราะอาจไม่ครอบคลุม ให้เน้นที่เค้าโครงเรื่องก่อน จากนั้นแตกเป็นหัวข้อให้ครอบคลุม ต่อจากนั้นค่อยใส่เนื้อหาลงไป ทำอย่างนี้จะเป็นระบบ เนื้อหาก็จะครอบคลุมไม่วกวน ผู้อ่านก็ชอบ เพราะไม่งงว่าคนเขียนจะเอายังไงกันแน่ ตกลงประเด็นไหนเนีย เขียนปลาทอง เขียนไปเขียนมาเล่าถึงทอดมันซะนี่ ><'


5. ทำด้วยใจรัก เขียนในเรื่องที่ชอบ

อย่าเริ่มการเขียน Blog เพราะหวังสร้างเงินแสนเงินล้าน การเขียน Blog เป็นงานที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ การที่เรามีแรงผลักดันแค่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว จะทำให้เราเบื่อและเหนื่อยเร็วมาก สุดท้ายก็จอดทุกรายไป

แน่นอนค่ะ ถ้าหากงานเขียน Blog สามารถสร้างรายได้ก็ดีไม่น้อย แต่การมีแรงผลักดันแค่เรื่องเงินก็ไม่เพียงพอให้สำเร็จตลอดรอดฝั่ง  ให้สร้างแรงผลักดันที่มาจากส่วนอื่นด้วย เช่น มาจากความชอบที่จะเขียน ชอบที่จะแชร์ ให้เป็นความหลงไหลที่สามารถนำมาสร้างเงินได้ ทำอย่างนี้ เราจะทำได้ยั่งยืนจนถึงวันที่เราประสบความสำเร็จได้นะคะ



*************************

หลินกำลังจะมีคอร์ส สร้างเงินล้านจากงานเขียน....คุณทำได้! เป็นคอร์สส่งท้ายสุดสำหรับปีนี้แล้วค่ะ^^ ในวันที่ 19 ธ.ค. (เสาร์นี้แล้ววว)  สอนวิธีเขียนหนังสือเล่มขายผ่านสำนักพิมพ์ เขียน eBook ขายผ่าน Ookbee, Mebmarket และ Amazon  รายละเอียดคลิก http://goo.gl/l8Lrgc

ภาพบรรยากาศการเรียนคอร์สครั้งที่แล้ว คลิก http://goo.gl/WOyNzF

ถ้าว่างมาเจอกันให้ได้นะคะ ครั้งสุดท้ายของปี จัดหนัก จัดเต็มค่ะ^^




*************************



หนังสือ "สร้างเงินด้วยงานเขียน amazon kindle" บอกทุกสเต็ปของวิธีการเอาหนังสือที่ตัวเองเขียนและเอาผลงานคนอื่นไปขายอย่างถูกกฏที่ Amazon ตลาด eBook ที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ^^


ซื้อผ่าน ookbee หรือ mebmarket ทาง app store , AIS และ web ได้ที่ลิงค์ข้างล่างค่ะ
Ookbee-- http://goo.gl/N83yVK
Meb Market-- https://goo.gl/JYAvLE


สนใจทดลองอ่านตัวอย่างหนังสือผ่าน Meb Market คลิ๊กlinkhttps://goo.gl/JYAvLE แล้วกด Get Free Sample (ปุ่มขวาบน) หลินลงไว้ให้ 1/3 ของหนังสือเลยนะคะ อ่านจุใจเลย

หรือใครอยากอ่านบน PC หรือ Notebook จอใหญ่ๆติดต่อมาทาง inbox ได้เลยค่ะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ ดีใจจริงๆ ที่หนังสือมีประโยชน์และคนให้ความสนใจอย่างมากกค่าา

หลิน^^

Tuesday, September 1, 2015

เส้นทางอาชีพ Ghostwriter!! โรยด้วยดอกอะไร??

จริงๆ อาชีพ Ghostwriter ในเมืองไทยเนี่ย หลินว่ามีมานานแล้วนะคะ แต่ช่วงนี้มีกระแสเรื่องงาน Ghostwriter ออกมาค่อนข้างมาก อาจจะส่วนหนึ่งมีคอร์สสอน Ghostwriter ออกมาเยอะ และ Ghostwriter หลายคนก็ออกมาเปิดเผยตัวตนกับสื่อโซเชี่ยลมากขึ้น ได้เห็นหน้าเห็นตา เจอหน้าค่าตากันเยอะขึ้นๆๆ

อย่างที่รู้กันว่า Ghostwriter ก็คืออาชีพนักเขียนแบบมือปืนรับจ้าง เขียนแบบไม่ออกสื่อว่าเป็นฝีมือตัวเอง แต่ถึงแม้ไม่ออกสื่อ Ghostwriter ก็ต้องมีฝีมือในการเขียนเพื่อให้ถูกจ้างไปเขียนค่ะ

สำหรับอาชีพนี้ ฝรั่งเค้ามีมานานแล้ว หลายคนอาจจะอยากเริ่มเส้นทางนักเขียนด้วยการมีหนังสือของตัวเอง แต่ว่าทำไปๆ กลับคิด Ghostwriter เหมาะกะตัวเองมากกว่า



มาดูกันค่ะ ว่าจริงๆ แล้วอาชีพ Ghostwriter มีข้อดีตรงไหนนะ (นอกจากเงินค่าจ้าง)  หลายคนถึงยึดอาชีพ Ghostwriter เป็นหลักเลยและไม่เห็นจะอยากมีผลงานของตัวเองสักติ๊ดดเดียว

1. ข้อดีข้อแรกคือได้เงินก่อน อ่าว...ไหนบอกไม่พูดถึงเรื่องค่าจ้างไง ป่าวค่าา.....หมายถึงว่าอาชีพนักเขียนน่ะ ปกติแล้วต้องรอจนหนังสือพิมพ์เป็นเล่มหรือวางขาย หรืออย่างน้อยต้องจัดหน้าเสร็จ ถึงจะได้เงิน แต่ Ghostwriter ได้ตังค์เลยนะ เขียนเสร็จรับเงินโลด ไม่ต้องรับความเสี่ยงที่เป็นตัวเงินหากหนังสือขายไม่ออกด้วย (แต่หากงานเขียนไม่เข้าตาต้องใจตลาด เล่มต่อๆไปอาจฝืดหน่อยที่จะมีคนมาจ้างเขียน)

2. ไม่ต้องทำ marketing  ตอนนี้เราคงต้องยอมรับว่านักเขียนเองก็ต้องทำการตลาดเพื่อโปรโมทหนังสือเองด้วย เพราะผู้อ่านมีแนวโน้มที่จะซื้อหนังสือที่เค้ารู้จักคนเขียนหรือเคยเห็นมากกว่าหนังสือที่ไม่รู้จัก (ทั้งๆ ที่หนังสือที่ไม่เป็นที่รู้จักไม่ใช่ว่าไม่ดี บางทีดีกว่าหนังสือที่ดังๆ ซะอีก) และงานการตลาด งานโปรโมทต่างๆ เป็นอะไรที่เหนื่อยและหยุดไม่ได้ บางทีต้องใช้ทั้งเงินและเวลามากๆ ในการทำ แต่ Ghostwriter หาได้แคร์ไม่ เมื่อเป็นมือปืนรับจ้างก็ไม่จำต้องทำ marketing เมื่อไม่ต้องทำก็ไม่ต้องเสียเวลา สามารถมุ่งมั่นทำงานอย่างเดียว งานก็จะเสร็จได้เร็วขึ้นด้วย รับงานใหม่ได้เร็วขึ้นด้วยล่ะ (อันนี้ไม่นับ Ghostwriter รุ่นใหม่ๆที่ใช้สื่อออนไลน์ในการทำให้ตัวเองให้เป็นที่รู้จักนะคะ เพราะถือว่าเป็น marketing สร้างตัวตนอย่างนึง)

3. ไม่มีอารมณ์ร่วม  แล้วดีตรงไหนเนี่ย... ตรงเนี้ยไม่ได้หมายถึงไม่อินกับเรื่องราวของคนต้นเรื่องนะ แต่หมายถึงว่า พอเราไม่ใช่หนังสือของเรา อารมณ์ความรู้สึกเราก็เป็นกลางมากขึ้น ใครติก็น้อมรับเอามาปรับปรุง ใจเราก็เป็นกลาง ไม่วอกแวกวุ่นวาย แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นหนังสือเราเองล่ะก็ อีโก้มาตรึมๆๆ  บางทีโดนติหน่อย ช้ำใจ รมณ์บ่จอย หรือไม่บางทีก็แก้ซะจนไม่เป็นตัวของตัวเอง signature หายไปโหม้ดด เป็นต้นค่า

4. งานน่าสนใจในตัวเอง เวลา  Ghostwriter ได้โปรเจคเขียนเรื่องใคร  ยิ่งถ้าคนนั้นเป็นคนน่าสนใจ เป็นคนมีชื่อเสียง โอกาสจะเข้าถึงเค้าก็ยาก เรียนรู้จากเค้าก็ยาก เพราะเค้าคงไม่ว่างมาคุยกะคนธรรมดาเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น  Ghostwriter ต้องเขียนเรื่องเค้า คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามนะคะ อาชีพ  Ghostwriter ก็ยังคงเป็นอาชีพนักเขียนแขนงนึงอยู่ดี ไม่ว่าจะออกสื่อหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่พ้นที่จะต้องฝึกฝนๆๆๆๆ ปรับปรุงแก้ไข พัฒนาทักษะตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

หลินเอาใจช่วยให้นักเขียนทุกคน ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางนักเขียนหรือเส้นทาง  Ghostwriter ประสบความสำเร็จในอาชีพของตัวเองกันทุกคนนะคะ^^

หลิน^^





Tuesday, August 4, 2015

รวมแหล่งคนทำฟรีแลนซ์ฝรั่ง ตัวช่วยนักเขียนอิสระอย่างเราๆ!

ปัญหาอย่างหนึ่งของนักเขียนอิสระ โดยเฉพาะเวลาเราทำหนังสือไปขายเมืองนอกไม่ว่าจะเป็นที่ Amazon หรือที่อื่นๆ คือเราขาดตัวช่วยภาษาอังกฤษ หรือเข้าใจสไตล์ที่ฝรั่งชอบค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยแก้ไวยากรณ์ ช่วยเขียนรีวิว ช่วยทำปกสไตล์ที่ฝรั่งชอบหรืออื่นๆ

ซึ่งตรงเนี้ยบางอย่างเราก็จ้างฟรีแลนซ์ในไทยได้ แต่บางอย่างที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ บางทีเราก็จำต้องจ้างคนเมืองนอกมาช่วยค่ะ

วันนี้หลินรวบรวมแหล่งทำคนฟรีแลนซ์ฝรั่ง มาเป็นตัวช่วยนักเขียนอิสระอย่างเราแล้วววค่าาา

ซึ่งจริงๆ บริการของเค้าไม่ได้มีเฉพาะแค่รับจ้างเขียน หรือรีวิวเท่านั้น ยังมีออกแบบปกหนังสือ ออกแบบโลโก้บริษัท เว็บไซต์ รีวิวสินค้า ออกแบบเครื่องเขียน เรียกว่าเกือบทั้งหมดที่เกี่ยวกับ online marketing กันเลยทีเดียว

ส่วนราคาก็มีหลากหลาย มีตั้งแต่แบบถูกๆ 5 USD ขึ้นไปถึงเป็นหลายร้อยเหรียญ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันล่วงหน้าของผู้ว่าจ้างกับ freelancer ค่า

มารู้จักเว็บให้บริการพวกนี้กันบ้างดีกว่า เก็บไว้เป็นทางเลือกสำหรับหนังสือของเรานะคะ^^

  1. https://99designs.com  

ให้บริการออกแบบตั้งแต่โลโก้บริษัท ออกแบบเว็บ ทำภาพประกอบ ทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ทำหนังสือ นิตยสาร และงานออกแบบเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ 

หากว่าสนใจลองกดที่ link How it works ดูค่ะ คร่าวๆก็คือเหมือนเป็น design contest ค่ะ คือเราประกาศความต้องการ และงบประมาณของเราไป บรรดาfreelancer ที่สนใจก็จะส่งงานมาให้เราดู สุดท้ายเราก็เลือกอันที่เราถูกใจมากที่สุดเป็นอันปิดดีล




จุดเด่นคือให้บริการเรื่องการเขียนเป็นเรื่องเป็นราวมากค่ะ มีให้บริการเขียนบทความ เขียนรีวิวสินค้า รับจ้างเขียนบล็อก มีนักเขียนเขียนสูตรอาหารด้วย!


      3.  https://www.freelancer.com  


ให้บริการคล้ายๆ กับ 99designs ค่ะ ที่ freelancer จะส่งงานมาให้ผู้ว่าจ้างเลือก คนที่ถูกใจผู้ว่าจ้างที่สุดก็จะได้งานไป แต่สำหรับงานเขียนจะให้บริการแตกย่อยเฉพาะออกไปอีก เช่น รับจ้างเขียนหนังสือ รับจ้างเขียนบทความวิชาการ ทำโพส แปลเอกสาร เขียนบล็อก เขียนสโกแกน edit ภาษาให้ พิสูจน์อักษรให้ ฯลฯ เยอะะะจริงๆ ค่ะ ส่วนค่าบริการเริ่มตั้งแต่ 10 USD ขึ้นไป


      4.  http://www.guru.com/  


ให้บริการเรื่องเว็บไซด์ ออกแบบเว็บ ให้บริการงานเขียนทุกประเภท จ้างทำ Online marketing และให้บริการด้านกฏหมายด้วยค่ะ



       5.  https://www.upwork.com/ 



ให้บริการกราฟฟิคดีไซน์ งานเขียนประเภทต่างๆ  ทำ mobile developers ทำเว็บ รับจ้างทำบัญชีให้ยังมี!


ลองเลือกดูนะคะ ว่าอันไหนจะเหมาะกับเรา แต่หลินว่าพอมีตัวช่วยแล้วทำให้หนังสือเราง่ายขึ้นพอควรเลยล่ะ
หลิน^^