Showing posts with label Bookstore. Show all posts
Showing posts with label Bookstore. Show all posts

Tuesday, January 12, 2016

ขายหนังสือเองง่ายจริงๆ^^

สวัสดีค่ะพลพรรคนักเขียนทุกคน หลินต้องขออภัยด้วยนะคะที่ห่างหายจากเพจไปสักช่วงนึง พอดีช่วงนี้หลินเพิ่งจะออกหนังสือ eBook ภาษาจีนของตัวเองอีกเล่ม พร้อมกำลังจะมีคอร์สสัมมนาภาษาจีนของตัวเองด้วย เลยทำให้ความถี่ของ Blog นักเขียนน้อยลงไปบ้าง ยังไงก็ฝากติดตามกันเรื่อยๆ เหมือนเดิมนะคะ หลินสัญญาว่าจะหาข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับนักเขียนมาอัพต่อๆ ไปค่ะ เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับนักเขียนและ (ว่าที่) นักเขียนทุกคนอย่างแน่นอน



อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้หลินเพิ่งออกหนังสือ eBook ของตัวเองไปอีกเล่ม เลยได้ข้อมูลหลายๆ อย่างที่อยากมาแชร์ในวันนี้ค่ะ ว่าเดี๋ยวนี้ทำหนังสือขายเองมันง่ายมากกกๆๆ ไม่ยากเลยจริงๆ ที่เราจะมีหนังสือสักเล่ม หลินอยากเน้นว่าแบบไม่ต้องมี connection แบบไม่ต้องง้อใคร แบบไม่ต้องมีเส้น แบบไม่ต้องดัง ฯลฯ  เหมือนอย่างหลินก็ขายได้นะคะ

ติดตามช่องทางขายหนังสือ ขายเองแบบง่ายๆ ได้ในโพสนี้ค่ะ^^

ตอนนี้ช่องทางขายหนังสือในเมืองไทยทั้ง eBook และหนังสือเล่มมีหลายช่องทางเลยค่ะ แบ่งง่ายๆ เป็น 2 แบบคือ ช่องทางแบบดั้งเดิม กับ ช่องทางออนไลน์ (อันนี้เรียกเอง แบ่งเองนะคะ อิ อิ) ช่องทางแบบดั้งเดิมคือร้านหนังสือต่างๆ กับแบบออนไลน์ ก็คือเว็บไซด์ platform ขายหนังสือยี่ห้อต่างๆ  ซึ่งเดี๋ยวนี้ร้านหนังสือแบบดั้งเดิมก็ลงมาเล่นออนไลน์กันด้วยแล้วนะ

วันนี้มาโฟกัสช่องทางออนไลน์ที่นักเขียนอิสระอย่างเราๆ ทำเองได้ง่ายจัง ว่ามีช่องทางไหนบ้างนะคะ และทุกช่องทางที่คุยกันวันนี้ ต้อนรับนักเขียนอิสระอย่างเราๆ ค่ะ (หลินทำลิงค์ไว้ในแต่ละชื่อยี่ห้อแล้วค่ะ คลิกดูได้ทันที)



อันดับ 1 Ookbee

ไม่ต้องพูดกันเยอะมากสำหรับยี่ห้อนี้ในวงการ eBook   เค้า positioning ตัวเองว่าเป็นร้านหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ทีสุดในไทยค่ะ

วิธีการสมัครก็ง่ายสุดๆ แค่เข้าไปที่ปุ่ม Writer ซึ่งผูกกับ facebook ก็สมัครได้แล้วค่ะ สมัครแล้วก็อัพหนังสือโหลดขายได้ทันที ใช้เวลาอนุมัติ 1 อาทิตย์ ค่าดำเนินการตอนนี้ Ookbee ไม่คิด แต่คิดค่าระบบปฏิบัติการที่ลูกค้าโหลด เช่น apple, IOS, android ซึ่งสัดส่วนไม่เท่ากัน (apple คิดแพงสุด)

ยิ่งถ้าหนังสือเราขายใน Ookbee แล้วขายดี ต่อยอดไปเป็น Ookbee Buffet, audio book ทำหนังสือเล่มขาย ทำแคมเปญระดมทุน http://creative.ookbee.com/  ได้อีกด้วยค่ะ

อันดับ 2 Mebmarket 

Mebmarket มีจุดเด่นคือเป็นตลาดขายนิยายที่ใหญ่มาก สมัครง่ายเหมือนกันเลยค่ะ ผูกกับ facebook ก็ได้ สำหรับหลิน  หลินว่า Meb ดีตรงที่อ่านผ่านคอมพิวเตอร์ได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านผ่าน app อย่างเดียว เพราะบางคนไม่ถนัดอ่านผ่าน smartphone  แถมยังมีตัวอย่างหนังสือ (sample) ให้อ่านผ่านคอมพ์ได้ Smartphone ก็ได้ด้วย (ตัวอย่างหนังสือของ  Ookbee ต้องอ่านผ่าน app Ookbee เท่านั้นค่ะ)

ทีเด็ดของ Ookbee และ Mebmarket อีกอย่างคือ "ลิงค์ช่วยขาย"  ลิงค์นี้จะทำงานเหมือนเราเป็น "นายหน้า" กินค่าคอมมิชชั่นในการขายหนังสือของเรานั่นเอง ถ้ามีลูกค้าซื้อหนังสือผ่านลิงค์นี้ของเรา เราก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นในการช่วยขายหนังสือเล่มนี้ นอกจากเหนือจากผลประโยชน์ค่าลิขสิทธิ์ในฐานะเป็นนักเขียนด้วยค่ะ^^ เจ๋งสุดๆ ไปเลยนะคะ

อันดับ 3  Naiin Writer (นายอินทร์)

นายอินทร์ Writer มาจากร้านหนังสือนายอินทร์นั่นเองค่ะที่มาจับตลาด eBook ด้วย สามารถโหลดไฟล์หนังสือขายเองได้ สั่งปริ้นท์เป็นเล่มกับนายอินทร์ก็ได้ ที่หลินทำหนังสือของตัวเองขายผ่านอินทร์ รู้สึกว่าเค้ามีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่นักเขียนอิสระดีเลยค่ะ มีโทรศัพท์มาสอบถามเวลาเราทำกระบวนการไม่ถูก แนะนำช่วยเหลือนักเขียนอย่างเราๆ ดีมากค่ะ^^

อันดับ 4 Se-ed Writer (ซีเอ็ด)

เช่นเดียวกันกับข้อ 4 ซีเอ็ดก็ลงมาเล่นตลาด eBook หรือออนไลน์ด้วยเหมือนกัน (เดี่ยวน้อยหน้านายอินทร์เนอะ)  ในบรรดาเว็บไซด์ขายหนังสือเองยี่ห้อต่างๆ ซีเอ็ดเป็นเว็บที่ขอข้อมูลเยอะที่สุด ละเอียดที่สุดเลยค่ะ แต่เป็นการขอครั้งเดียว ถ้าผ่านแล้ว คราวหน้าโหลดเล่มใหม่ก็ไม่ต้องทำอีกค่ะ ดังนั้นคุ้มค่าที่จะทำนะคะ

อันดับ 5 ebooks.in.th/

ebooks.in เป็นอีกเว็บไซด์ที่ให้โหลดหนังสือ eBook ไปขายง่ายๆ สมัครโดยผูกกับอีเมล์หรือ facebook ก็ได้ค่ะ ทีเด็ดของเว็บนี้คือมีระบบ print-on-demand ที่ไม่มีขั้นต่่ำในการพิมพ์ หมายถึงว่าแค่ 1 เล่มก็พิมพ์แล้วค่าาา เย่!แถมยังมีช่วยจัดการส่งหนังสือแพคเสร็จเรียบร้อยไปยังบ้านของลูกค้าได้ทันที โดยที่นักเขียนไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องสต๊อกหนังสือ-สั่งขั้นต่ำเป็นหลักร้อยเล่ม-แพคของ-ส่งของ นี่ก็เจ๋งสุด ๆ เลยนะคะ^^



ได้แนวทางแล้ว อย่ารีรอรีบจัดหนังสือตัวเองมาขายด่วนๆ เลยค่ะ

หลินกำลังจะมีคอร์สสร้างเงินล้านจากงานเขียน….คุณทำได้! อีกครั้งในวันที่ 16 มค.นี้ค่ะ^^  (เสาร์นี้แล้วนะคะ) คราวนี้พิเศษสุดๆ เพราะหลินมีแขกรับเชิญคนพิเศษด้วย คือบก. ฮีโร่ซัง เจ้าของ Group ตลาดซื้อขายบทความ E-Book จะมาแชร์ประสบการณ์การเป็นนักเขียนที่เริ่มจากศูนย์ด้วยค่ะ (https://www.facebook.com/groups/thaicontentmarket/)

ตลาดซื้อขายเป็นบทความ เป็นตลาดที่ผู้เขียนมาขายบทความจากงานเขียนของตัวเอง และผู้ซื้อมาซื้อบทความเพื่อเอาไปประกอบการใช้งานในเว็บไซด์หรือ social media platform อื่นๆ ค่ะ มาติดตามว่าอาชีพนักเขียน นอกจากจะเขียนหนังสือแล้ว ก็ยังเอาความสามารถจากการเขียนมาเขียนบทความสั้นๆ แล้วขายในตลาดซื้อขายบทความ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ^^

รายละเอียดคอร์สคลิก http://goo.gl/z3NK6M 
ดูภาพของคอร์สที่แล้ว คลิก http://goo.gl/CmhzXa

มาเจอกันให้ได้นะคะ^^

หลิน











Wednesday, November 25, 2015

รวม 5 เว็บเพื่อขาย eBook ในต่างแดน (ชีวิตมีทางเลือกอีกเยอะะ!!)

หลินว่าใครที่ติดตามเพจหรือ blog นี้มาตลอดก็คงรู้จักกับ Amazon เป็นอย่างดีนะคะ ว่าเป็นตลาด eBook ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในความเป็นจริงแล้วเนี่ย ยังมีอีกหลายเว็บไซต์เลยนะ ที่ให้นักเขียนอิสระอย่างเราอัพโหลด eBook ไปขายฟรีๆ หรือถ้าไม่ฟรีก็มีการเก็บคำดำเนินการนิดหน่อยค่ะ

ถึงแม้ว่าตัวหลินเองทุกวันนี้จะขายหนังสือเมืองนอกแค่ในตลาด  Amazon และยังไม่เคยมีประสบการณ์ไปขายที่อื่่นเหมือนกัน แต่หลินก็คิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่ได้รู้จักเว็บไซต์อื่นๆ ที่เราสามารถฝากขาย eBook ของเราได้ เป็นการสร้างทางเลือกและช่องทางการขายที่เพิ่มขึ้นของเรา

ก่อนจะหาข้อมูลเรื่องนี้มาเขียน ตัวหลินเองก็อยากขยับขยาย อยากหาโอกาสใหม่ๆ ทางเลือกใหม่ๆ เหมือนกันค่ะ พอหาข้อมูลได้จึงคิดว่าเอาข้อมูลนี้มาแบ่งปันกันใน blog และเพจสร้างทางเลือกให้กับคนอื่่นดีกว่า ซึ่งการที่เราเอาหนังสือไปขายในหลายๆตลาดก็เหมือนที่คุณวอเรน บัฟเฟต์ (ตอนแรกๆ อ่านว่าบุฟเฟ่ต์ทุกทีเลย  - -') บอกว่าอย่าใส่ไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว ควรจะเก็บไว้ที่เล้าด้วย เอ้ย..ไม่ใช่ ควรจะกระจายความเสี่ยงด้วยค่ะ^^

ติดตามรวม 5 เว็บไซต์เพื่อขาย eBook ในต่างแดน สำหรับนักเขียนอิสระอย่างเรากันนะคะ^^ (สนใจรายละเอียดเว็บ คลิกที่ชื่อในแต่ละข้อนะคะ หลินทำลิงค์ไว้ให้แล้วค่ะ)


1. Lulu

เว็บ Lulu เป็นอีกเว็บที่ดังมากในอเมริกาค่ะ คิดว่าหลายคนคงเคยเห็นกันบ้างแล้ว นอกจากดังแล้ว เว็บนี้ยังจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้นักเขียนสูงถึง 90% ค่ะ เราตั้งราคาหนังสือเองได้ด้วยและไม่มีค่าธรรมเนียมในการสมัครค่ะ


2. Smashwords

เว็บ Smashwords มีจุดเด่นคือเวลาเราขาย eBook ที่นี่เราจะได้หมายเลข ISBN ฟรีและมีรูปแบบ eBook ให้ใช้ถึง 9 แบบ ขายที่นี่ที่เดียวยังสามารถเชื่อมต่อกับ Apple iBookstore และสำนักพิมพ์หนังสือแบบออนไลน์ดังๆ  อีกหลายแห่งค่ะ ค่าธรรมเนียมในการสมัครไม่มี แต่คิดค่าดำเนินการโดยหักให้นักเขียนเท่ากับ 60-85% ค่ะ



3. PaySpree

เว็บ PaySpree  เว็บนี้มีคนใช้เยอะมากเหมือนกันค่ะ ลูกเล่นเค้าคือขายผลิตภัณฑ์แรกได้ฟรี แต่ผลิตภัณฑ์ที่ 2 เป็นต้นไปต้องเสียเงินเป็นแพกเกจ (29 USD)  เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเขียน เพิ่งเริ่มขาย ขายอันแรกไม่ต้องเสียเงินขายต่อไปค่อยเสียค่ะ  เว็บไม่เสียค่าลงทะเบียนในการสมัคร และจ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 90-100%


4. eBookIt!
เว็บ eBookIt! ก็ตามชื่อเลยนะคะ เน้น eBook เป็นหลัก จุดเด่นคือสามารถช่วยให้นักเขียนแปลงต้นฉบับเป็นหนังสือ eBook อย่างมืออาชีพได้ โดยนักเขียนเป็นคนจ่ายค่าดำเนินการซึ่งหักค่าลิขสิทธิ์ที่นักเขียนจะได้อยู่แล้ว สรุปว่านักเขียนไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อนค่ะ^^

ค่าธรรมเนียมลงทะเบียน 149 USD ค่าลิขสิทธิ์จ่ายที่ 50-80%



5. E-Junkie

เว็บ E-Junkie เค้ามีลูกเด่นตรงที่เราสามารถขาย eBook ในรูปแบบ PDF ได้เลยค่ะ ซึ่งหมายถึงว่ามันง่ายมากสำหรับทุกคน นอกจากนี้เค้าออกแบบให้มีการแสตมป์ชื่อผู้ขาย อีเมล์ และรายละเอียดอื่นๆ ในหนังสือทุกเล่มแบบแก้ไม่ได้ เพื่อป้องกันการเอาไปก๊อปปี้แบบละเมิดลิขสิทธิ์ค่ะ (ฝรั่งเค้าซีเรียสดีจริงๆ หลินชอบมากค่ะ)

เว็บนี้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้นักเขียน 100%  นักเขียนเสียค่าสมัครอยู่ที่ 5 USD/เดือน ค่ะ


ถ้าใครลองแล้วเว็บไหนดีหรือไม่ดียังไงมั่ง แบ่งปันประสบการณ์กันบ้างนะคะ^^ ส่วนใครทีสนใจอยากเขียนหนังสือไปขายที่ Amazon หลินมีคอร์สสอนวิธีเขียนหนังสือไปขายที่ Amazon แบบละเอียดยิบๆ ทุกขั้นตอน ดังรายละเอียดด้านล่างค่ะ^^ มีโอกาสมาเจอกันนะคะ วันเสาร์นี้แล้วค่ะ^^

ติดตามเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับงานเขียนของหลินได้ที่ https://www.facebook.com/ebookmakerich ค่ะ

---------------------------------------------------------------------------------------------

คอร์สอบรมเรียนเขียนเพื่อขาย Amazon !!
มาแว้ววว! คอร์ส เรียนเขียนเพื่อขาย Amazon Kindle ค่ะ

ขอเชิญทุกคนที่สนใจอยากรู้วิธีขายงานเขียนบน Amazon มาเจอกันค่ะ คิดว่าคอร์สนี้จะเป็นคอร์ส Amazon ครั้งสุดท้ายแล้วค่ะ^^ ปีหน้าหลินคงจะปรับเปลี่ยนคอร์สใหม่ เอาหลักสูตรอื่นๆ มาแทน ถ้าว่างมาเจอกันนะคะ^^




วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 เวลา 13.00-17.30 (อาจเกินนิดหน่อยนะคะ เพราะเนื้อหาเยอะมากกกกก)
สถานที่ก็ที่ Silom Space ใกล้กับ BTS ศาลาแดง

รายละเอียดคอร์ส คลิ๊กลิงค์ข้างล่างได้เลยค่ะ

-------------------------------------------------------------------
สร้างเงินด้วยงานเขียน amazon kindle
วางขายแล้ววววนะคะที่ ookbeeและ Meb Market!!

ราคาปก 390 บาท ซื้อผ่าน AIS ที่ookbee เหลือ 349 บาท เนื้อหาบอกทุกสเต็ป ทุกขั้นตอนในการเขียนหนังสือไปขายที่ Amazon แบบไม่มีกั๊ก! อ่านจบแล้วขายหนังสือไม่ได้ เพราะมีอย่างเดียวคือคุณไม่เริ่มเขียนเท่านั้น!

ดูหนังสือตัวอย่างคลิก http://ebookmakerich.blogspot.com/p/blog-page.html  เลยค่ะ^^




Wednesday, July 22, 2015

คนรัสเซียกว่า 70% หันมาอ่าน eBooks กันแล้วนะ แล้วคนไทยล่ะเป็นไง?

วันนี้เรามาสำรวจตลาดหนังสือในรัสเซียซักหน่อยดีกว่าค่ะ
ตลาด eBooks ในรัสเซียถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นมาไม่นานนัก
คนรัสเซียถึง 70% หันมาอ่าน eBooks กันแล้วนะคะ

ลองมาดูกันสักหน่อยดีกว่าค่ะว่าแนวโน้วเป็นยังไงงงง (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)


จากการสำรวจพบว่าก็พบว่า..

จำนวนหนังสือเล่มที่ออกสู่ตลาดมีแนวโน้วลดลง
สาเหตุที่ลดลงก็คือ การเข้ามาของ eBooks, ราคาของหนังสือเล่มที่แพงขึ้น และเวลาว่างของคนอ่านที่น้อยลง

นอกจากนี้ คนที่ชอบอ่าน eBooks ยังคงชอบอ่านจากคอมพิวเตอร์เป็นหลักมากกว่าที่จะอ่านจาก tablet และ smartphone (คิดว่าเพราะเห็นชัดกว่าเย๊อะ ดีกว่าต้องมานั่งเพ่งให้ปวดตา)

ส่วนเหตุผลหลักๆ ที่หันมาอ่าน eBooks คือ ซื้อง่าย ใช้เวลาน้อยเพราะซื้อ online ได้ แถมไม่แพงเมื่อเทียบกับหนังสือเล่ม และยังหาหนังสือที่ต้องการง่ายกว่าไปซื้อตามร้านค้าแบบเดิมๆ ซึ่งบางทีไปก็เจอ บางทีไปก็หมดซะงั้น!

สุดท้าย หา eBooks มาอ่านจากไหน อันดับแรก download ฟรี (ฮ่วย!) อันดับสอง ก็อปจากเพื่อน (ฮ่วย!) อันดับสามคือ ซื้อจาก website (เฮ ปรบมือ! เย่)

จากข้อมูลพวกนี้ ไม่เฉพาะแค่รัสเซียแต่เป็นเทรนด์ใหม่ของทั่วโลกค่ะ หลินคิดว่าแนวโน้มเมืองไทยคงไม่ต่างกัน ตลาด eBooks มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ  ด้วยวัฒนธรรมก้มหน้า รูดจอ จำนวนนักเขียน eBooks เอง ก็จะเติบโตไปพร้อมกันเพื่อรองรับความต้องการของตลาด eBooks ด้วย แต่จะยั่งยืนยาวนานแค่ไหน ปัจจัยหนึ่งที่ต้องดูกันก็คือการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ว่าจะทำได้ดีแค่ไหนด้วยค่ะ

ซึ่งจริงๆ โดยทั่วไปแล้วค่าหนังสือของ eBooks จะถูกกว่าหนังสือเล่มอยู่แล้ว เพราะที่เห็นชัดๆ ก็คือไม่ต้องเสียค่าพิมพ์กระดาษเป็นเล่มๆ ดังนั้น เรามาช่วยกันอุดหนุนหนังสือ eBooks ที่ถูกลิขสิทธิ์กันดีกว่าเน๊อะะ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนได้ผลิตผลงานดีๆ ต่อไป เหมือนอุดหนุนศิลปินดาราที่เราชื่นชอบยังไงหยั่งงั้นเลยค่า

หลิน^^

credit : http://the-digital-reader.com/2013/08/13/infographic-70-of-russians-read-ebooks/



Thursday, July 16, 2015

แหล่งรวมภาพฟรีมีอยู่จริง แนะนำ14 websites รูปฟรีสุดเจ๋ง

พวกเราเคยเข้าไปร้านขายหนังสือ eBooks  online อย่าง Amazon Kindle Bookstore หรือเวปของไทยก็ Ookbee หรือ Mebmarket ไหมคะ

จะเห็นว่าหนังสือต่างๆ ที่ขายบนหน้าเวปจะแสดงเป็นรูปปกหนังสือ หากเราสนใจเล่มไหนค่อยคลิ๊กที่ปกเพื่อเข้าไปดูรายละเอียดของหนังสืออีกที ดังนั้นปกที่เด่น เตะตาคนอ่านก็ได้เปรียบกว่าใครนะคะ

ทีนี้เมื่อเราทำ eBook ขายเอง นอกจากเป็นนักเขียนควบ บ.ก. อีกตำแหน่งแล้ว (จริงๆเป็นหมดทุกตำแหน่ง โทษฐานอยากเป็น  Self-Publisher 555) เราก็ต้องหาปกให้หนังสือของเรา รวมถึงภาพประกอบหนังสือด้านในด้วยค่ะ

เรื่องปกหนังสือนี่ Amazon มีเครื่องมือให้ใช้ฟรีค่ะ โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า KDP Cover Creator แต่หากว่าเราเลือกดูปกที่ Amazon จัดไว้ให้ใช้แล้วก็ยังไม่โดน ไม่ถูกใจ หรืออยากได้รูปภาพมาเป็นภาพประกอบของหนังสือแล้วล่ะก็ เรามีวิธีน้าา เดวจะเล่าให้ฟังค่ะ

ที่สำคัญภาพพวกเนี้ย  นอกจากจะเอาใช้เป็นรูปปก เป็นรูปประกอบหนังสือแล้ว ยังเอาไปใช้ประกอบบทความ สร้างความน่าสนใจของ content ของเรา เวลาทำ social media หรือ online marketing ได้ด้วยค่ะ

วิธีการคือลองค้นหาจาก Internet  เราจะเจอเวปไซต์ที่เขาให้เรานำรูปไปใช้ได้ฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ด้วยนะ บางเวปไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย ใช้ได้ทันที แต่บางเวปก็มีข้อแม้เรื่องต้องให้เครดิตเขาเวลานำไปใช้งาน หรือไม่ก็ห้ามเอารูปของเขาไปขายต่อ ดังนั้นโปรดดูเงื่อนไขก่อนนำรูปไปใช้งานด้วยนะคะ^^ 

เริ่มจากเข้า google ใช้ keyword “แหล่งรูปฟรี” ก็ได้รายชื่อเวปแล้ว หรือไม่ก็ลองเลือกจากเวปข้างล่างนี้ก็ได้ค่ะ หลินคัดมาให้แล้ว รูปสวยๆ ทั้งนั้นเลย ที่สำคัญแต่ละเวปก็มีจุดเด่นเรื่องรูปไม่ซ้ำกันด้วยค่ะ (คลิ๊กที่ชื่อเวป จะเป็น link พาไปที่เวปเลยค่ะ)


1. Unsplash

เวปนี้เด่นเรื่องรูป landscape และ close up shots ค่ะ ภาพรายละเอียดสูงใช้ได้เลย  งามมมมแต้ๆ

Unsplash_1

2Albumarium 

ส่วนเวปนี้เด่นเรื่องภาพ close up shots เช่นกันค่ะ เน้นที่คน สัตว์ และธรรมชาติ ภาพอื่นๆ ก็ใช้ได้ นอกจากนี้ ยังแบ่งหมวดหมู่ให้หาง่ายด้วย

Quick Splash



3Picjumbo 

เวปนี้ให้ขนาดรูปใหญ่โตสมชื่อค่ะ น่าจะสะใจคนชอบรูปใหญ่ และแบ่งหมวดหมู่ให้ด้วย

Webdesign Work in Progress Free Image Download

4. Gratisography 

ส่วนเวปนี้ เน้นภาพสุด cool ภาพแนวสนุกมันๆ มุมกล้องแปลกๆ ล้ำๆ ไอเดียเด็ดๆ หาได้ที่นี่ค่ะ

Picture by Ryan McGuire

5. Start-up Stock Photos

เวปนี้เป็นเวปน้องใหม่มาแรง ภาพส่วนใหญ่จะเป็นรูปถ่ายแนวคนกำลังทำงานในร้านกาแฟ มีอุปกรณ์ประกอบฉากเป็น mobile phones และ laptops เหมาะมากกับคนที่จะเอาไปใช้กับธุรกิจ
Start-up และ free-lance หรือพวก online marketing  ทั้งหลายค่าา



Startup Stock Photos

6. Life of Pix

เวปนี้มีงานรูปภาพ close up shots ดีๆหลายงานเลยค่ะ ภาพที่เป็น landscape ก็เอามาใช้เป็น background เจ๋งๆ ได้เลย ดูภาพตัวอย่างซะก่อนนน

lifeofpix_2

7. Death to the Stock Photo

เวปนี้ภาพสวยจริงๆ ค่ะ แต่คอนเซปจะต่างกับอันอื่นอยู่บ้าง ตรงที่ว่า "ไม่ฟรี" ค่ะ คือเหมือนเวปคลังภาพแบบที่ว่าสมาชิกจ่ายเงิน เวปก็ไปจ้างช่างภาพ ช่างภาพก็ถ่ายรูป รูปที่ได้ก็เอามาแชร์มาใช้ในกลุ่มสมาชิก  (แต่..แต่ เรายังสามารถได้รูปฟรีจากที่นี่อยู่เพียงแต่เลือกไม่ได้นะคะ เพียงแค่เรากรอก email ให้เขา เราก็จะได้รูปใหม่ทุกเดือน เป็นตัวอย่างยั่วน้ำลายให้สมัครสมาชิก) ใครใช้รูปในงานเยอะๆ ก็ลองพิจารณาดูค่ะ

DeathtoStock_4

8. Superfamous

เวปนี้เด่นเรื่องรูป landscape แปลกตา เอามาใช้งานออกแบบเวปหรือเป็น background ก็ดีเยี่ยมทั้งนั้นเลยนะ



9. Pixabay

อันนี้เวปสุดโปรดของหลินค่ะ ฟังก์ชั่นหารูปใช้ง่าย แถมคุณภาพรูปก็ดีอีกด้วย เรียกว่าทั้งดีทั้งฟรี


11. MorgueFile

ขนาดภาพจากเวปนี้อาจไม่ใหญ่ (ละเอียด) นักเมื่อเทียบกับที่อื่น แต่ว่ารูปมีความหลากหลายมาก ถ้างานของเราไม่ต้องการรูปขนาดใหญ่นัก (eBook)  เวปนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะ


ตามชื่อเวปเลย ใครชอบรูปแนวย้อนยุค ขอเชิญทางนี้ค่ะ มีให้เลือกชมไม่รู้เบื่อเลยที่เดียว ดูจากสไตล์เสื้อผ้าหน้าผมอาเฮียได้

“Turn Off the Damn Lights”

13. Getrefe

เวปนี้เน้นรวมรูปสถาปัตยกรรมและ landscape สวยๆ แต่ไม่มีฟังก์ชั่นค้นหารูปค่ะ หายากนิดนุง


14. FreeImages

เวปนี้ชื่อก็บอกยี่ห้ออยู่แล้วค่ะ มีฟังก์ชั่นค้นหารูป แบ่งหมวดหมู่ให้ เรียกว่าฟรีและดีอีกต่างหาก

furgo


ทีนี้ก่อนนำไปใช้ เราต้องดูเงื่อนไขการใช้รูปฟรีของแต่ละเวปด้วยนะคะ ซึ่งทั่วๆ ไปเค้ามีศัพท์เทคนิคอยู่สองอย่างค่ะคือ
  1. Creative Commons zero ถ้าเขียนแบบนี้หมายความว่าใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้นและไม่ต้องขออนุญาตด้วย ประมาณว่า พี่คนนี้นั้นมีแต่ให้นะจ๊ะ
  2. Creative Commons with attribution แปลว่าเราก็ยังใช้รูปได้ค่ะ แต่ต้องให้เครดิตเจ้าของผลงานด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ทำยากอะไรแค่พิมพ์ใต้รูป เช่น นาย John เป็นคนถ่ายรูปเป็นเจ้าของผลงาน เราก็พิมพ์ว่า "Photo by John Smith" ข้างล่างรูปเป็นอันใช้ได้
ทีนี้เราก็มีรูปสวยๆให้เลือกเอาไว้ทำปก ทำภาพประกอบกันแล้ว ปัญหาต่อไปคือ รูปสวยๆ มันเยอะเลย จะเลือกอันไหนดี เลือกไม่ถูก! 

ว้า งงเลย!


หลิน^^