Showing posts with label อ่านหนังสือ. Show all posts
Showing posts with label อ่านหนังสือ. Show all posts

Friday, July 31, 2015

8 เหตุผลที่บอกว่าทำไม eBook ถึงได้ฮิต

ถ้าย้อนหลังไปเมื่อสัก 4-5 ปีก่อนไม่ต้องนาน หลินมั่นใจว่าหลายคนคงคิดไม่ถึงว่าทำไมตลาด eBook ในไทยเติบโตได้ขนาดนี้ ใครจะยอมไปอ่านหนังสือในคอมพิวเตอร์ที่ไม่สะดวกซะเลย โน้ตบุ๊คก็แพง คอมพ์ตั้งโต๊ะก็เทอะทะ พลิกหน้าให้อารมณ์แบบหนังสือก็ไม่มี  ฯลฯ

ภาพจาก http://www.buzzfeed.com/isaacfitzgerald/books-battle-royale#.kmoakgked


ถ้าถามหลินว่าเพราะอะไร? 

หลินว่าส่วนนึงที่ eBook  ในไทยมาฮิตได้เพราะเหตุผลข้างล่างนี้ค่ะ

1. หาซื้อง่าย สะดวกและเร็วกว่า
เพราะซื้อเวลาไหนก็ได้ ตอนไหนก็ได้ แต่งตัวยังไงก็ซื้อได้ (ชุดนอนก็ยังได้) ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แค่เข้าเวบร้านหนังสือออนไลน์ จ่ายตังค์แล้วก็ download --เสร็จ!


2. eBook ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ง่าย
เป็นประโยชน์ต่อผู้เขียนหากผิดพลาดหรืออยากเพิ่มเนื้อหาให้ทันสมัย ก็แค่แก้ไฟล์แล้ว uploadขึ้นไปใหม่ ไม่ต้องยุ่งยากเหมือนหนังสือเล่ม ที่ต้องแก้เพลตแลัวพิมพ์ใหม่ ค่าใช้จ่ายสูง หนังสือเก่าก็ค้างสต็อกทำอะไรไม่ได้

เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านคือได้ข้อมูลที่สุดทันสมัย ไม่ใช่เขียนไปแล้วรอโรงพิมพ์ พิมพ์อีกเดือนนึง รอกระจายหนังสือไปตามร้านทั่วประเทศอีกอาทิตย์นึง ข้อมูลบางอย่างแค่วางแผงช้าไปเดือนสองเดือนหรือออกช้ากว่าคู่แข่งก็ outdate ไปซะแล้ว ฮ่วย!


3. ไม่เปลืองพื้นที่เก็บ
อยู่คอนโดไม่ต้องคิดมากเรื่องซื้อหนังสือแล้วหาที่เก็บไม่ได้ เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่อยู่บ้านหลังเล็กลงเรื่อยๆ คอนโดที่เล็กสุดตอนนี้ขายที่ขนาด 21 ตรม. (รุ่นพ่อแม่เรารับม่ะได้จริงๆ เสียงลอยๆถามว่าอยู่ได้ไง) ดังนั้น ลืมไปเลยเรื่องห้องเก็บของ เพราะห้องที่เราอยู่นั่นแหละคือห้องเก็บของล่ะ!

เมื่อเป็นอย่างนี้ การมีหนังสืออยู่ใน tablet อยู่ในคอม อยู่ในมือถือ ช่วยลดพื้นที่เก็บหนังสือ ห้องก็ดูโล่งๆน่าอยู่ขึ้นมาหน่อยนะ จริงมั๊ย?


4. อนุรักษ์ธรรมชาติ ลดการตัดไม้
ก็ไม่ต้องพิมพ์ออกมานี่นา จบข่าว!


5. ขนง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก
คิดถึงตอนย้ายบ้านสิ สารพัดกล่อง ใครเป็นหนอนหนังสือหรือชอบสะสมหนังสือคงรู้ดี หนังสือเห็นวางตั้งไม่สูงเท่าไหร่ แต่ตอนขน คิดบ่นในใจดังๆทำไมหนักจังว้าาา! ตอนย้ายบ้านย้ายห้องที กว่าจะเสร็จมีเสียตังค์ให้ร้านนวดไปหลายรอบเลย

ภาพจาก http://www.buzzfeed.com/isaacfitzgerald/books-battle-royale#.kmoakgked



6. ทำ link อ้างอิงในหนังสือได้ด้วยนะ คลิ๊กแล้ววาร์ปไปในทันใด แถมappอ่าน eBookบางตัวมีดิกในตัวด้วยนะ ชีวิตดี๊ดี!

ภาพจาก http://www.buzzfeed.com/isaacfitzgerald/books-battle-royale#.kmoakgked


7. ถูกกว่าหนังสือเล่ม
เพราะตัดต้นทุนกระดาษ โรงพิมพ์ออกไป ราคาเลยถูกลงได้ แถมเหลือส่วนแบ่งรายได้ให้นักเขียนเยอะกว่าเดิมอีก คนซื้อแฮปปี้ นักเขียนก็แฮปปี้


8. ตอบสนองตลาดniche ได้ดี กว่าหนังสือเล่ม
ในมุมมองสำนักพิมพ์ การที่จะออกหนังสือสักเล่ม เค้าต้องคิดก่อนแล้วว่า ตลาดของหนังสือเล่มนั้นมันใหญ่พอมั๊ย กลุ่มคนที่สนใจเยอะพอมั๊ย มีกำลังซื้อพอที่จะคุ้มตีพิมพ์ขายมั๊ย เหตุนี้เลยทำให้หนังสือบางประเภทตีพิมพ์ออกขายเป็นเล่มยากมากๆค่ะ เพราะกลุ่มคนที่สนใจสเกลไม่ใหญ่พอที่สำนักพิมพ์จะสนใจ



ตัวหลินเองคิดว่าข้อสุดท้ายนี้ทำให้ eBookได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะผู้คนก็โหยหาสิ่งที่เป็น niche กันมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ แต่ก่อนมีแชมพูสระให้ผมสะอาดก็ดีแล้ว เดี๋ยวนี้ต้องมีผมลีบ ผมหยิก ผมดัด ผมตรง ผมสั้น ฯลฯ ต่อไปอาจมีลูกผสมเป็น ผมลีบและดัด ผมตรงและแข็ง ผมแบนแต่ยาว 555 เฮ่ย นี่ใช่แชมพูละป่าวเนี่ย

ก็เหมือนกับหนังสือนะคะ ที่เดี๋ยวนี้จะเขียนหนังสือเลี้ยงแมวครอบจักรวาลเล่มเดียวก็ไม่พอ ต้องมีเลี้ยงแมวขนสั้น เลี้ยงแมวขนยาว เลี้ยงลูกแมว เลี้ยงแมวโตเต็มวัย ต่อไปคงมีเลี้ยงแมววัยชรา ทั้งที่แต่ก่อนแมวอะไรก็กินเหมือนกัน เลี้ยงเหมือนกัน ก็คือข้าวคลุกปลาทู

ซึ่งตลาดที่เป็น niche เนี่ย อย่างที่บอก สำนักพิมพ์เองไม่นิยมพิมพ์เป็นเล่มขาย eBookเลยตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีค่ะ กระซิบนิดนุง ยิ่งเนื้อหาใน eBook  ยิ่ง niche  มาก ก็สามารถตั้งราคาขายได้แพงมากด้วย เพราะคนซื้อไม่สามารถจะไปหาข้อมูลพวกนี้ได้จากที่ไหน

นี่คือเหตุผลบางส่วนที่หลินคิดว่า eBook ในไทยและในโลกถึงได้ฮิตขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ^^

ฝากตลกปิดท้ายค่ะ ไม่ว่าจะอ่านแบบไหน ขอแค่ให้อ่านก็เป็นประโยชน์แล้วค่ะ

หลิน^^



ข้อมูลอ้างอิง
http://successnet.org/cms/sales-and-marketing/top-ten-reasons-why-ebooks-are-better-than-printed-books

Tuesday, July 7, 2015

คนประสบความสำเร็จเค้าทำอะไรกันนะวันๆ

อันนี้น่าสนใจมากๆ ค่ะ ไปเจอมาเลยอยากแชร์เนอะ หลายๆ คนอาจเห็นมาก่อน อ่านอีกทีก็ถือว่ารีเฟรชประสบการณ์นะคะ^^

คนประสบความสำเร็จในที่นี้ที่เค้าอ้างถึง เช่น Bill Gates, Warren Buffet, Calos Slim, Larry Ellision ฯลฯ

สั้นๆ : คนเก่งประสบความสำเร็จ พวกเขามีนิสัยอะไรที่เหมือนกันก็คือ
มีวินัย พัฒนาตัวเอง แบ่งเวลาออกกำลังกาย ดูทีวีน้อย มุ่งมั่น และ #อ่านหนังสือ ค่ะ



ยาวๆ :
  1. ทำ to-do-list หรือรายการที่ต้องทำประจำวันนั่นเอง อันนี้เห็นด้วยอย่างมากค่ะ เพราะวันๆ แต่ละคนธุระยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก การที่เขียนว่าต้องทำอะไรมั่ง ทำให้เราไม่ลืมและทำได้จนครบค่ะ
  2. ตื่นแต่เช้าจะมีเวลามากขึ้น (ทำยากมากกก  ><')
  3. ฟังอะไรก็ได้ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเวลาเดินทางไปทำงาน แทนจะฟังข่าวดารา แหะๆ
  4. สร้าง connection
  5. ชอบอ่านหนังสือ อ่านหนังสือมากกว่า 30 นาทีต่อวัน
  6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 4 วันต่อสัปดาห์
  7. กิน junk food ให้น้อย
  8. ดูทีวีน้อยกว่า 1 ชม.ต่อวัน
วิธีสอนลูกเค้าว่ากันแบบนี้ค่ะ
  1. สอนนิสัยข้างบนนี้ให้ลูก
  2. สอนให้ลูกหัดทำงานอาสา
  3. สอนให้ลูกอ่านหนังสือที่ไม่ใช่นิยาย 2 เล่มต่อเดือน
วิธีตั้งเป้าหมายเค้าทำกันแบบนี้ค่ะ
  1. เขียนเป้าลงไป
  2. focus ที่จะทำเป้านั้นให้สำเร็จ
  3. พัฒนาตัวเอง
  4. เชื่อว่านิสัยที่ดีสร้างโอกาสให้สำเร็จ ดังนั้นต้องทำบ่อยๆ
  5. เชื่อว่านิสัยที่ไม่ดีทำให้เกิดผลกระทบไม่ดีกะชีวิต ดังนั้นต้องเลิกทำ
มีกี่ข้อเอ่ยที่เราใกล้เค้าคะ? ไม่ว่าจะมากหรือน้อยหรือไม่มีเลยซักข้อ เราก็เริ่มทำกันได้นะ ไม่ได้แปลว่าเราต้องลอกเค้าหรอกนะคะ แต่เท่าที่อ่านมันน่าจะมีประโยชน์ต่อชีวิตเราเองมากกว่ามีโทษนะ ทำได้ก็ถือว่าทำให้ชีวิตเราเองแหละไม่ใช่ชีวิตใครดีขึ้นค่ะ^^

หลิน

แปลจาก Habits of the World's Wealthiest People (Infographic)
http://www.entrepreneur.com/article/230918